อัปเดตตลาดเงิน: ทำความเข้าใจการปรับตัวลงและสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน ราคาเงินอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น โดยสร้างรูปแบบจุดสูงสุดที่สูงขึ้นและจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การปรับขึ้นดังกล่าวพาราคาเข้าใกล้จุดสูงสุดของเดือนมกราคม (~120 ดอลลาร์) ก่อนที่โมเมนตัมจะพลิกกลับอย่างรวดเร็ว เมื่อโครงสร้างแนวโน้มถูกทำลาย แรงขายก็เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว กดราคาเงินลงสู่ช่วงกลางระดับ 70 การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วนี้สะท้อนลักษณะเฉพาะของตลาดเงินเมื่อสภาพคล่องลดลงและสถานะการถือครองเริ่มคลายตัว
เงิน: การหลุดแนวโน้มล่าสุด

แหล่งที่มา: TradingView ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ใช่ตัวชี้วัดที่เชื่อถือได้ของผลการดำเนินงานในอนาคต ข้อมูล ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026
เหตุใดราคาเงินจึงร่วงแรง
การปรับตัวลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นการผสมผสานระหว่างอารมณ์ตลาด การวางสถานะ และลักษณะธรรมชาติของตลาดเงิน เมื่อการปรับขึ้นก่อนหน้าขยายตัว สถานะฝั่งซื้อก็เริ่มแออัดมากขึ้น เมื่ออารมณ์ตลาดเปลี่ยนทิศ เทรดเดอร์จำนวนมากจึงต้องออกจากตลาดพร้อมกัน ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นและเงื่อนไขมาร์จิ้นที่ตึงตัวขึ้นยิ่งเพิ่มแรงกดดัน ทำให้ราคาปรับตัวลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง และเนื่องจากตลาดเงินมีขนาดเล็กกว่าและมีความผันผวนสูงกว่าทองคำ การเคลื่อนไหวขาลงจึงดูรุนแรงและชัดเจนกว่าที่เห็นในโลหะมีค่าอื่น ๆ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง: การปรับขึ้นไปไกลเกินไป เร็วเกินไป — และคลายตัวลงในลักษณะเดียวกัน
การกลับตัวอย่างรวดเร็วของราคาเงิน

แหล่งที่มา: TradingView ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ใช่ตัวชี้วัดที่เชื่อถือได้ของผลการดำเนินงานในอนาคต ข้อมูล ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026
ตัวชี้วัดโมเมนตัม: ยังคงสะท้อนความระมัดระวัง
เครื่องมือวัดโมเมนตัมอย่าง RSI และ MACD ช่วยให้เห็นภาพว่าตลาดกำลังเริ่มทรงตัวหลังแรงขายหรือไม่
เงิน: ภาพรวม RSI / MACD

แหล่งที่มา: TradingView ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ใช่ตัวชี้วัดที่เชื่อถือได้ของผลการดำเนินงานในอนาคต ข้อมูล ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026
ในขณะนี้ RSI ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งโดยทั่วไปสะท้อนโมเมนตัมที่อ่อนแอ และบ่งชี้ว่าการดีดตัวใด ๆ ยังเปราะบาง มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ที่แข็งแกร่ง เทรดเดอร์มักจับตาระดับกึ่งกลางนี้อย่างใกล้ชิด เพราะการกลับขึ้นเหนือ 50 อาจหมายถึงฝั่งซื้อเริ่มกลับมาควบคุมตลาด
ขณะเดียวกัน MACD ยังคงอยู่ในแดนลบ แต่แท่งฮิสโตแกรมเริ่มแคบลง นี่เป็นสัญญาณเริ่มต้นว่าโมเมนตัมขาลงกำลังอ่อนแรง และตลาดอาจกำลังเริ่มทรงตัวหลังการเทขายอย่างรุนแรง แม้ยังไม่ยืนยันการฟื้นตัว แต่ก็สะท้อนว่าแรงกดดันจากการขายที่หนักที่สุดอาจกำลังคลี่คลาย สำหรับการเปลี่ยนแนวโน้มที่แข็งแรงขึ้น เส้น MACD จำเป็นต้องหันขึ้น พร้อมกับ RSI ที่ไต่กลับเหนือ 50
ระยะปัจจุบันของตลาด
เมื่อแนวโน้มขาขึ้นก่อนหน้าถูกทำลาย ราคาเงินจึงไม่ได้อยู่ในภาวะการปรับขึ้นอย่างมีโครงสร้างเหมือนหลายเดือนที่ผ่านมาอีกต่อไป แต่กำลังเข้าสู่ช่วงรีเซ็ต ที่ราคาพยายามหาสมดุลใหม่และสร้างโครงสร้างใหม่ ช่วงเวลาเช่นนี้อาจมีทั้งการดีดตัวแรงและการย่อตัวสลับกัน ขณะที่เทรดเดอร์ประเมินสถานะใหม่และอารมณ์ตลาดค่อย ๆ ทรงตัว สิ่งสำคัญตอนนี้คือเงินจะสามารถสร้างฐานที่แข็งแรงพอเพื่อรองรับแนวโน้มใหม่ได้หรือไม่ หรือผู้ขายยังคงครองเกมในทุกการรีบาวด์
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
ประเด็นหลักนั้นชัดเจน: ราคาเงินจะสามารถกลับไปปิดเหนือระดับที่แนวโน้มแตกเดิมได้หรือไม่ หากสามารถยืนเหนือโซนนั้นได้ การรีบาวด์ปัจจุบันก็มีโอกาสต่อเนื่องและอาจสร้างโครงสร้างเชิงบวกใหม่ แต่หากราคาดีดขึ้นไปยังโซนนั้นแล้วไม่ผ่าน จะสะท้อนว่าผู้ขายยังคงเคลื่อนไหวอยู่ โดยระดับต่ำล่าสุดใกล้ 75 จะเป็นแนวรับสำคัญถัดไปที่ต้องติดตาม
ในตอนนี้ ตลาดเริ่มมีสัญญาณทรงตัวเบื้องต้น แต่ยังไม่ยืนยันการฟื้นตัวเต็มรูปแบบ ความอดทนยังคงสำคัญ จนกว่าโมเมนตัมจะแข็งแรงขึ้นและราคาพิสูจน์ได้ว่าสามารถยืนเหนือระดับสำคัญที่ถูกทำลายไปได้